บทที่ 11ระบบการวางแผนทรัพยากรองค์การ 

            ระบบการวางแผนทรัพยากรองค์การ (Enterprise Resource Planning : ERP) เป็นระบบสารสนเทศที่บูรณาการงานหลักต่างๆ ขององค์การ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การผลิต การขาย การบัญชี และการบริหารบุคคล ฯลฯ เข้าด้วยกันโดยเชื่อมโยงกันแบบเรียลไทม์ (Real Time) เพื่อตอบสนองความต้องการข้อมูลหรือสารสนเทศโดยภาพรวมและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ 

วิวัฒนาการของระบบ ERP

            ประมาณช่วงต้นทศวรรษที่ 1960  วงการอุตสาหกรรมได้นำระบบการวางแผนความต้องการวัสดุ หรือ MRP (Material Requirements Planning) มาช่วยสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการหารายการและจำนวนวัสดุที่ต้องการตามแผนการผลิตที่วางไว้ และนำมาช่วยด้านบริหารการผลิต  ซึ่งระบบ MRP ได้รับการยอมรับว่าสามารช่วยลดระดับวัสดุคงคลังลงได้ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออก และช่วยให้การวางแผนและการสั่งซื้อวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 1980 ระบบการผลิตมีความซับซ้อนมากขึ้นจึงมีการขยายขอบเขตระบบ MRP จากเดิมโดยรวมเอาการวางแผนและการบริหารทรัพยากรการผลิตอื่นๆ เข้ามาในระบบด้วยและเรียกว่าระบบ MRP II (Manufacturing Resource Planning) อย่างไรก็ตามระบบ MRP II  สนับสนุนการดำเนินงานในส่วนของการผลิต ยังไม่สามารถสนับสนุนการทำงานทั้งหมดในองค์การได้ จึงมีการขยายระบบให้ครอบคลุมงานหลักทุกอย่างในองค์การจึงเป็นที่มาของระบบ ERP  

กระบวนการทางธุรกิจที่สนับสนุนโดยระบบ ERPกระบวนการทางธุรกิจ (Business Process) ทั้งหมดในองค์การไม่ว่าจะเป็นกระบวนการผลิตสินค้า กระบวนการฝ่ายการเงินและการบัญชี กระบวนการขายและการตลาด กระบวนการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และอื่น เพื่อให้กระบวนการทำงานต่างๆ นั้นเป็นไปอย่างอัตโนมัติ รวดเร็ว ไม่ซ้ำซ้อน และสามารถลดต้นทุนทั้งระบบได้ ข้อมูลจากกระบวนการหรือส่วนต่างๆ ขององค์การจะถูกจัดเก็บไว้ที่เก็บข้อมูลส่วนกลางซึ่งระบบงานอื่นๆ สามารถใช้งานข้อมูลร่วมกันได้ และยังช่วยให้ผู้บริหารได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานที่ทันสมัย เพื่อใช้ในการบริหารและกำหนดกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และรวดเร็วทันเหตุการณ์  

ประโยชน์และความท้าทายของระบบ ERP

             -  กระบวนการบริหาร  ช่วยให้กระบวนการธุรกิจเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ยังสามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆ ให้กับผู้บริหารได้อย่างเที่ยงตรงและเป็นปัจุบัน ช่วยให้ผู้บริหารรับทราบข้อมูลทาการเงินซึ่งอาจอยู่ในหลายรูปแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกันโดยการใช้ระบบเดียวกัน ทำให้ผู้บริหารทราบผลการดำเนินงานและตรวจสอบสถานการณ์ดำเนินงานโดยรวมขององค์การ และสามารถตัดสินใจด้านการบริหารได้อย่างทันท้วงที่และมีประสิทธิภาพมาขึ้น

             -  เทคโนโลยีพื้นฐาน  ระบบ ERP ช่วยเชื่อมโยงระบบงานต่างๆ ที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกันเสมือนเป็นระบบเดียวกันทั้งองค์การ

             -  กระบวนการทำงานที่รวดเร็ว    การบูรณาการงานหลักต่างๆ ขององค์การเข้าด้วยกันช่วยให้ประสานการทำงานได้ทั่วทั้งองค์การทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว 

ความท้าท้าย           

การนำเอาระบบ ERP การติดตั้งและใช้งาน (Implementation) เพื่อเป็นระบบสารสนเทศหลักขององค์การเป็นเรื่องที่ยาก ต้องใช้เวลาและเงินลงทุนสูงมาก บางครั้งองค์การอาจต้องปรับซอฟแวร์ ERP (Customization) เพื่อให้เข้ากับรูปแบบการทำงานขององค์การ รวมถึงต้องใช้ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการดำเนินธุรกิจและเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานภายในองค์การ

1.  การเปลี่ยนแปลงกระบวนการดำเนินธุรกิจและวัฒนธรรมการทำงานภายในองค์การ

2.  การบริหารโครงการระบบสารสนเทศขนาดใหญ่ละค่าใช้จ่ายในตอนเริ่มต้นที่สูง

3.  ความไม่ยืดหยุ่นในการปรับซอฟแวร์ 

ขั้นตอนการนำระบบ ERP มาใช้ในองค์การ

1.  การศึกษาและวางแนวคิด พิจารณาว่า               

-  การศึกษาถึงสภาพปัจจุบันขององค์การว่ามีความจำเป็นต้องนำ ERP มาใช้หรือไม่ อย่างไร               

-  การศึกษาและทำความเข้าใจถึงรูปแบบทางธุรกิจ (Business Scenario)               

-  ปัญหาขององค์การและสภาพแวดล้อมภายนอกที่มีอยู่ในปัจจุบันและจากสภาพปัจจุบัน               

-  พิจารณาถึงในอนาคตว่าต้องการให้องค์การมีสภาพเป็นอย่างไร               

-  สร้างจิตสำนึกในความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงนี้ให้บุคลากรทุกระดับ               

-  ตั้งกลุ่มผู้รับผิดชอบ               

-  ขออนุมัติจากผู้บริหารเพื่อให้นำ ERP มาใช้ เมื่อผู้บริหารอนุมัติก็จะเริ่มต้นวางแผนต่อไป

2.   การวางแผนนำระบบมาใช้                 

-  เริ่มดำเนินการหลังจากผู้บริหารอนุมัติ               

-  ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด

3.  การพัฒนาระบบ                 

-  จัดทำแผนโครงการพัฒนาโดยละเอียด               

-  กำหนดงานที่จะต้องทำพร้อมทั้งระบุเวลาและเป้าหมาย               

-  สำรวจระบบงานปัจจุบันว่าจะต้องปรับปรุง ลดขั้นตอน หรือเปลี่ยนแปลงอย่างไร               

-  สรุปความต้องการจากส่วนงานต่างๆ ขององค์การว่ามีความต้องการซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถอะไรบ้าง               

-  ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ ERP จากหลายแหล่ง               

-  หากคณะทำงานคิดว่าไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอก็อาจจ้างที่ปรึกษามาช่วย

4.   การใช้งานและปรับเพิ่มความสามารถ                  

-  ฝึกอบรมและไห้การสนับสนุนบุคลากรในการใช้ระบบ               

-  ส่งเสริมให้บุคลากรมีความชำนาญในการใช้ระบบ               

-  ขยายขีดความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเมื่อความต้องการเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน  

โครงสร้างของซอฟแวร์ ERP

1.  ซอฟต์แวร์โมดูล (Business Application Software Module) ได้แก่โมดูลที่ทำหน้าที่ในงานหลักขององค์การ ซึ่งแต่ละโมดูลนอกจากจะทำงานเฉพาะในแต่ละโมดูลนั้นๆ แล้วยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันได้

2.  ฐานข้อมูลรวม (Integrated Database) ซอฟต์แวร์โมดูลทุกโมดูลสามารถเข้าถึง (Access) ฐานข้อมูลรวมได้โดยตรงและสามารถใช้ข้อมูลในฐานข้อมูลรวมนี้ร่วมกันได้

3.  ระบบสนับสนุนการบริหารจัดการ (System Administration Utility) เป็นส่วนสนับสนุนการบริหารจัดการระบบ เช่น การคัดลอกสำเนา การลงทะเบียน และกำหนดสิทธิผู้ใช้งาน

4.  ระบบสนับสนุนการพัฒนาและการปรับเปลี่ยน (Development and Customization) เป็นส่วนสนับสนุนการพัฒนาหรือการปรับเปลี่ยนบางงานให้เข้ากับการทำงานขององค์การ

ปัจจัยในการพิจารณาตัดสินใจเลือกซอฟต์แวร์ ERP

1.  การพิจารณาว่าจะใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปหรือไม่                 

-  หากมี ERP มาตรฐานในตลาดรองรับก็ไม่จำเป็นต้องพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นเอง                

-  การเลือกใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปเพราะการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาเองนั้นจะมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและบำรุงรักษาสูง ควบคุมงบประมาณค่อนข้างยาก

2.  ฟังก์ชันของ ERP สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และความต้องการ ในการนำมาใช้งานขององค์การ                  

-  ฟังก์ชันของระบบ ERP ที่เลือกจะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และความต้องการในการนำมาใช้                 

-  องค์การสามารถเลือกชมการสาธิตหรือทดสอบความสามารถในการทำงานตามหน้าที่ต่างๆ ของซอฟต์แวร์ก่อน

3.  ความยืดหยุ่นในการปรับแก้ซอฟต์แวร์                

-  ระบบ ERP จะต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับแต่งได้เพื่อให้ตรงกับความต้องการขององค์การ                

-  การปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขควรจะสามารถทำได้ง่ายอย่างมีประสิทธิภาพและเมื่อแก้ไขแล้วควรสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์ในรุ่น (Version) ใหม่ด้วย                

-  การปรับซอฟต์แวร์ที่มากเกินไปจะทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลาเพิ่มขึ้น

4.  ต้นทุนในการเป็นเจ้าของระบบ ERP                

-  ซอฟต์แวร์ ERP แต่ละตัวมีจุดเด่นและค่าใช้จ่ายในการลงทุนไม่เท่ากัน องค์การควรคำนึงถึงความเหมาะสมและเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนทั้งหมดทั้งที่เป็นต้นทุนระยะสั้น และระยะยาว

5.  การบำรุงรักษาระบบ                

-  สร้างบุคลากรเพ่อทำหน้าที่ในการดูแลบำรุงรักษาระบบให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ                

-  ในกรณีบุคลากรขององค์การไม่สามารถบำรุงรักษาระบบได้เองและจำเป็นต้องให้บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกดำเนินการในส่วนนี้แทน

6.  รองรับการทำงานหรือเทคโนโลยีในอนาคต                 

-  องค์ควรพิจารณาซอฟต์แวร์ที่มีการเตรียมการสำหรับการเชื่อต่อกบระบบภายนอกได้ง่าย

7.  ความสามารถของผู้ขายซอฟต์แวร์                

-  ประเมินความสามารถและศักยภาพของผู้ขายโดยครอบคลุมด้านบริการหลังการขาย                

-  สถานการณ์เงินและความเชื่อถือได้ของผลงาน                

-  ผู้ขายหรือตัวแทนขายจะต้องได้รับสิทธิในการแก้ไขซอฟต์แวร์และมีซอสโค้ด (Source Code) ด้วย 

ซอฟต์แวร์ ERP ในท้องตลาด

IFS Applications             MFG/PRO                       SSA Baan ERP5

mySAP ERP                    CONTROL                      Oracle

Peoplesoft                     J.D. Edwards                  Bann

กลุ่มที่ถือว่าเป็นผู้นำตลาด คือ SAP, Oracle, Peoplesoft, Bann และ J.D. Edwards 

การขยายขีดความสามารถของระบบ ERP และระบบเครือข่ายอุตสาหกรรม           

การขยายขีดความสามารถของ ERP (Extended ERP) คือมีการขยายฟังก์ชันการทำงาน ERP ให้มีการบูรณาการกับซอฟต์แวร์อื่นๆ เช่น            

1)  ระบบการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)            

2)  การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (SCM)            

3)  การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ฯลฯ           

ทำให้ ERP และซอฟต์แวร์เหล่านี้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้และเป็นการบูรณาการที่มี ERP เป็นฐาน นอกจากนั้นยังมีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและเว็บแอปพลิเคชั่น (Web Application) เพื่อเชื่อมต่อระว่างกระบวนการทางธุรกิจภายในองค์การเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจภายนอกองค์การ

edit @ 3 Feb 2009 23:31:52 by sirirat50324704

Comment

Comment:

Tweet